阿摩線上測驗
登入
首頁
>
駕照◆機車法規(泰文)
> 109年 - 1090116 機車法規是非題-泰文151-200#83731
109年 - 1090116 機車法規是非題-泰文151-200#83731
科目:
駕照◆機車法規(泰文) |
年份:
109年 |
選擇題數:
50 |
申論題數:
0
試卷資訊
所屬科目:
駕照◆機車法規(泰文)
選擇題 (50)
151 กอนทจะขบขถงปากทางแยก หากสญญาณไฟจราจรเปลยนเปนสเหลอง ทางทดควรแตะเบรกเบาๆ ลดความเรวลงกอน เพอให’รถทตามมาข’างหลง เหนสญญาณไฟเบรกของรถทาน ให’รถคนหลงได’ร8’และเตรยมตวทน เพอ ป’องกนอนตรายจากการถ8กรถคนหลงไลชน (A)O(B)X
152 เมอขบแซงรถบนถนนมรถสวนแบบสองเลนทมเสนแบงทศทางการเดนรถควรระมดระวงเรองเวลาและระยะทางในการแซงรถคนหน’า เวลาทขบข ในชองเดนรถสวนทางยงนานเทาไรกยงทาให’มโอกาสเกดอบตเหตและ อนตรายมากยงขน- (A)O(B)X
153 บนชวงถนนเส’นตรงทเปนพ-นราบทมแถบเส’นสเหลองสองเส’น เมอไมมรถ สวนทางมาสามารถขบขแซงรถคนหน’าโดยขบเข’าไปในชองเดนรถสวน ทางได’ (A)O(B)X
154 เมอขบแซงรถคนหน’า ควรเปดสญญาณไฟเล-ยวซ’าย พร’อมรกษาระยะ หางจากด’านซ’ายของรถคนหน’าให’อย8ในระยะ 0.5 เมตรขนไป หลงจากทขบอย8ในระยะหางทปลอดภยแล’วจงคอยเปดสญญาณไฟเล- ยวขวาตดกลบ มายงชองเดนรถเดม (A)O(B)X
155 เมอเล-ยวรถ ขบตดผานหน’ารถอนหรอแซงรถคนหน’า จะต’องมเวลาและ ระยะทางทเพยงพอ (A)O(B)X
156 การขรถจกรยานยนต,เปนการใช’ท-งสมองและมอในเวลาเดยวกน เปนการ ทางานทใช’ความต-งใจและใช’กาลงสง8 ทาให’ร8’สกออนเพลยได’งายมาก ควร มการดาเนนชวตอยางเปนระบบระเบยบถงจะทาให’มการขบขทปลอดภย ได’ (A)O(B)X
157 กอนทจะขรถจกรยานยนต,ต’องรกษาสภาพจตใจและสภาพรางกายให’สงบ ในระหวางทขบขต’องขบขด’วยความต-งใจถงจะสามารถรบมอกบ สถานการณ,ตางๆ ในขณะขบขได’ (A)O(B)X
158 การรบประทานยาแก’ไข’หวด ยาระงบประสาทเปนจานวนมากกอนการ ขบขน-นไมสงผลกระทบตอสภาพรางกายและจตใจ สามารถขบขรถตอไป ได’ (A)O(B)X
159 การมองเหนหมายถงความสามารถหรอขอบเขตทผ8’ขบขสามารถมองเหน ได’ในด’านข’างท- งสองข’างในขณะทสายตาของผ8’ขบขจ’องมองไปข’างหน’า (A)O(B)X
160 เมอขบขผานถนนทมป’ายเตอนงานกอสร’าง ป’ายเตอนให’เปลยนชอง เดนรถทเปนสเหลยมสขาวหรอมรถสญญาณไฟเตอนงานกอสร’างจอดอย8 แสดงวามงานกอสร’างข’างหน’า ควรลดความเรวของรถลงและขบผานด’วย ความระมดระวง (A)O(B)X
161 เมอขบขบนทางขนลาดชน ห’ามไมให’ขบขรถคดเค-ยวไปมา เมอถงทางลงลาดชน ห’ามไมให’ดบเครองยนต,หรอเข’าเกยร,วางแล’วปลอยให’รถลนลงมา เอง (A)O(B)X
162 เมอขบขผานอโมงค, หากภายในอโมงค,มแสงไฟสวางททาให’มองเหนทาง ข’างหน’าได’ชดเจน เพอเปนการประหยดไฟกไมจาเปนต’องเปดไฟหน’ารถ (A)O(B)X
163 เมอขบขผานอโมงค, หากเกดอบตเหต ถงแม’วาจะไมมผ8’ได’รบบาดเจบหรอ เสยชวต และรถกยงคงสามารถขบเคลอนได’ แตเพอตดสนความรบผด ชอบในการเกดอบตเหตจะต’องรกษาสภาพทเกดอบตเหตไว’อยางสมบ8รณ, ห’ามไมให’เคลอนย’ายรถ (A)O(B)X
164 หากผ8’ขบขไมมจรยธรรมในการขบขแล’วน- นถอเปนความโชคร’ายของตว เองและยงเปนความโชคร’ายของคนอนอกด’วย (A)O(B)X
165 หากรถเสยอย8บนชองเดนรถเรว แม’วารถทผานไปมาบนถนนจะมมาก จน เปนผลทาให’รถตดและมผลกระทบตอความปลอดภยในการจราจร แตเพอ เปนการแขงกบเวลา จงต’องรอให’ฉนรบทาการซอมรถให’เสรจกอนแล’ว คอยขบตอ (A)O(B)X
166 กอนทจะขบขรถไมจาเปนต’องตรวจด8ความปลอดภยของอปกรณ, เครองยนต, แตในขณะทขบขน- นต’องคอยด8หน’าปดแสดงการทางานอย8 ตลอดเวลา เพอให’มนใจวาขบขรถได’อยางปลอดภย (A)O(B)X
167 วธ “ขบขทนมนวล” คอการไมออกตวรถด’วยความเรว เล-ยวซ’ายหรอเล- ยว ขวาช’าๆ ไมขรถพงไปข’างหน’าด’วยความเรวเกนกาหนด ไมเปลยนชอง เดนรถไปมาตามใจชอบ รกษาระยะหางให’อย8ในระยะทปลอดภย ไมเบรก รถกะทนหน ตดหน’า เบยดแยงชองเดนรถ และฝาไฟแดง (A)O(B)X
168 สาเหตหลกททาให’เกดอบตเหตคอการขบรถตามรถคนหน’าอยางกระช-น ชด แซงรถคนหน’าตามใจชอบ เปลยนชองเดนรถไปมาตามใจชอบ แยง ชองเดนรถเพอเล-ยวรถ ขบรถเรวเพอแขงกบเวลา (A)O(B)X
169 การเล-ยวรถโดยไมเปดไฟเล-ยวกอน ไมระวงรถทตามมาด’านหลงเปนต’น เปนสาเหตหลกททาให’เกดอบตเหตขณะเล-ยวรถ (A)O(B)X
170 ผ8’ขบขหลงจากทดมสราแล’วจะทาให’มปฏกรยาตอบสนองทลาช’า มการมอง เหนทเพมขน- (A)O(B)X
171 ผ8’ทมสขภาพกายและสขภาพใจไมสมบ8รณ,แขงแรงสามารถขรถ จกรยานยนต,ตอไปได’ (A)O(B)X
172 ในกรณทพบวามผ8’ได’รบบาดเจบนอนเจบอย8บนถนน ต’องโทรแจ’ง 110 หรอ 119 เพอแจ’งความกบเจ’าหน’าทตารวจหรอหนวยงานรถพยาบาลให’ เดนทางมายงทเกดเหตทนท (A)O(B)X
173 ผ8’ทชวยแจ’งความอบตเหตหรอชวยเหลอพยาบาลผ8’ได’รบบาดเจบจาก อบตเหต และผ8’ขบขทด รฐบาลล’วนมมาตรการมอบรางวลให’ (A)O(B)X
174 เมอจ8งรถจกรยานยนต,เพอเดนหน’าหรอถอยหลงเพอปรบตาแหนงทจอด รถ ต’องดบเครองกอน ใช’มอท-งสองข’างจบแฮนด,รถ ระมดระวงด’านซ’าย ขวา หน’าและหลง ห’ามไมให’นงบนเบาะนงแล’วใช’เท’าท-งสองข’างดนรถ เพอปรบเลอนตาแหนง (A)O(B)X
175 หลงจากทตดเครองรถจกรยานยนต,แล’ว กอนทจะเรมออกตวควรเปดไฟ เล-ยว มองกระจกสองหลงเพอด8สภาพถนนซ’ายขวาท-งสองข’าง เมอแนใจ แล’ววาไมมรถมาหรอมคนเดนผาน หนหลงเพอตรวจด8ให’แนใจวา ปลอดภย จากน-นจงคอยๆ เลอนรถขบขขนบนชองเดนรถตามทกาหนด- (A)O(B)X
176 เมอขรถจกรยานยนต,มาจนถงบรเวณปากทางแยกต’องลดความเรวลง ระมดระวงด8สภาพถนนข’างหน’าท-งสองด’าน ในบรเวณทางแยกทม สญญาณไฟจราจร ป’ายจราจร หรอเส’นเครองหมายจราจรกต’องปฏบต ตามกฎ พจารณาวาควรหยดรถหรอขบเดนหน’าตอไป (A)O(B)X
177 เมอขรถจกรยานยนต,มาจนถงปากทางแยกทมเส’นเครองหมาย “พ-นทหยด จอดรถจกรยานยนต,” ต’องหยดจอดรถอย8ในชองเครองหมายน-น ห’ามไม ให’ล- าเส’นหรอหยดจอดรถอย8บนชองเดนรถแนวนอน แตสามารถไปหยด จอดรถในชองเครองหมาย “พ-นทสาหรบรอเล-ยวซ’าย” ได’ (A)O(B)X
178 เมอขรถจกรยานยนต,มาถงบรเวณปากทางแยก หากสญญาณไฟจราจร เปนไฟแดงต’องหยดจอดรถอย8ทกอนถงเส’นหยดรถ เมอสญญาณไฟ เปลยนเปนไฟเขยวต’องการออกตวรถจะต’องระมดระวงด8สภาพถนนท-งส ทศ เพอป’องกนอบตเหตจากการพงชนของรถทขบขผดกฎจราจร (A)O(B)X
179 เมอขรถจกรยานยนต,มาถงบรเวณปากทางแยก หากสญญาณไฟจราจร เปลยนจากไฟแดงเปนไฟเขยว ทาให’เกดอารมณ,อยากพงทยานไปข’าง หน’าน- นอนตรายทสด ดงน-นเมอเหนสญญาณไฟเปลยนเปนไฟเขยว กไม ต’องรบออกรถ ควรออกตวช’าๆ หนหน’าด8เสยกอนจากน-นคอยเดนหน’าตอ อยางนมนวล (A)O(B)X
180 เมอขรถจกรยานยนต,จนถงทหน’าป’ายรถประจาทาง หากมรถประจาทาง กาลงรบ- สงผ8’โดยสารอย8 ไมวาถนนจะมความกว’างแคไหนกตาม ห’ามไม ให’ขแซงทางด’านขวามอของตวรถเดดขาด เพอป’องกนไมให’ผ8’โดยสารท กาลงขน- -ลงรถทไมได’ระมดระวงโดนรถชน (A)O(B)X
181 เมอขรถจกรยานยนต,ต’องไมขแขงกบรถอนไมวาจะเปนรถใหญหรอรถ เลก ไมขรถตามหลงรถบรรทกขนาดใหญ ไมขรถตค8กบด’านข’างของรถ อนไมวาจะเปนรถขนาดใหญหรอรถเลกกตาม (A)O(B)X
182 เมอขรถจกรยานยนต,อย8ในชองเดนรถ พบวามรถขนาดใหญขบตามอย8 ข’างหลง ต’องระมดระวงหลกทางให’หรอขออกหางจากรถคนน-น (A)O(B)X
183 เนองจากรถจกรยานยนต,มความสมดลตา เมอขผานถนนทมสภาพไมด ถนนหนรวน ถนนโคลนตม ถนนทราย ต’องชะลอความเรวลง ขช’าๆ เตรยมพร’อมทจะหยดรถตลอดเวลา (A)O(B)X
184 เมอขรถจกรยานยนต,อย8ในชองเดนรถ พบวาถนนข’างหน’ามอบตเหต ม งานกอสร’างหรอรถตด ควรเรงเครองขผานอยางรวดเรว (A)O(B)X
185 เมอขรถจกรยานยนต,ถงป’ายรถประจาทางทมรถประจาทางกาลงรบ-สงผ8’ โดยสารอย8 นอกจากห’ามไมให’ขแซงทางด’านขวาของตวรถแล’ว ยงห’ามไม ให’หกเล- ยวแซงขนบนชองเดนรถเรวด’านซ’ายอกด’วย เพอป’องกนการถก8ชนจากรถคนหลงทขบอย8ในชองเดนรถเรว (A)O(B)X
186 รถจกรยานยนต,เมอขบนถนนทางโค’งจะต’องลดความเรวลง เพอป’องกน การไถลล’มเนองจากแรงเหวยงหรอจากหนกรวดบนท’องถนน (A)O(B)X
187 เมอขรถจกรยานยนต,บนถนนในเขตเมอง ห’ามไมให’ขรถค8กนสองคน สาหรบบนถนนชานเมองหรอถนนบนเขารถสองคนขตค8กนได’ซงขนอย8กบสภาพถนน (A)O(B)X
188 เมอขรถจกรยานยนต,มาถงบรเวณปากทางแยก เมอเล-ยวรถต’องลด ความเรวลง ไมขตค8ไปกบรถยนต, ต’องขให’หางรถยนต,ด’วยความ ระมดระวง เพอป’องกนไมให’เข’าอย8รศมวงเล- ยวของรถยนต,จนทาให’เกด อนตรายจากการเบยดชนได’ (A)O(B)X
189 ผ8’ขรถจกรยานยนต,ต’องมแนวคดเรองความปลอดภย ไมเรงรบออกจาก บ’าน การถงทหมายอยางปลอดภยน-นสาคญกวาการไปถงทหมายให’ตรง เวลา (A)O(B)X
190 รถจกรยานยนต,เปนยานพาหนะทสะดวกและเปนยานพาหนะทมอนตราย เคลดลบในการขบขอยางปลอดภยคอเคารพกฎจราจร ฝกให’มจรยธรรม ในการขบขทด มความชานาญด’านทกษะในการขบขทปลอดภยเชง ป’องกน รกชวต เคารพตอชวต เคารพสทธในการให’ทางไปกอน (A)O(B)X
191 ขณะขรถจกรยานยนต, ต’องรกษาระยะหางระหวางรถทเหมาะสมเพอ ความปลอดภย ซงเปนมาตรการป’องกนอบตเหต “ไลชน” รถคนหน’าทได’ ผลดทสด (A)O(B)X
192 การฝาไฟแดงเปนสาเหตหนงททาให’เกดอบตเหตบรเวณปากทางแยกมาก ทสด และยงเปนการกระทาผดกฎจราจรทร’ายแรงทสด (A)O(B)X
193 ควรจอดรถจกรยานยนต,ไว’ในททกาหนด พร’อมระวงไมให’ขวางทางรถ คนอนหรอทางสาหรบคนเดน หากจอดรถตามอาเภอใจอาจทาใหเ’ กด อนตรายจากการถ8กชนได’ (A)O(B)X
194 เมอขรถจกรยานยนต,ผานทางให’คนข’าม ต’องเคารพสญญาณไฟจราจร เส’นเครองหมาย หรอป’ายเครองหมายลดความเรวลง ให’คนทข’ามถนน เดนข’ามไปกอน หากคนทเดนข’ามทาผดกฎจราจรฝาไฟแดงสาหรบคน เดนข’าม กไมควรให’ทางให’เดนข’าม (A)O(B)X
195 เมอขรถจกรยานยนต,ควรระมดระวงสภาพด’านข’างถนนท- งสองด’านของ ถนนข’างหน’าอย8ตลอดเวลา เมอขบนถนนในเขตเมอง ยงต’องระวงรถท จอดอย8ข’างทาง ทอาจขบออกมาโดยไมมการให’สญญาณใดๆ ท-งส-นทาให’ เกดอบตเหตรถชนกนได’ (A)O(B)X
196 เมอขรถจกรยานยนต,โดยมผ8’อนซ’อนท’ายต’องมสมาธในการข ผ8’ทนงซ’อน ท’ายยงต’องกอดผ8’ขให’แนน ห’ามไมท- งสองคนหนหน’ากลบเพอพ8ดคยกนจน เปนเหตทาให’วอกแวก ขาดสมาธในการขบขทปลอดภยเชงป’องกน (A)O(B)X
197 ผ8’ขรถจกรยานยนต,หรอผ8’ทนงซ’อนท’ายล’วนต’องสวมหมวกกนน>อค สวมใส เส-อผ’าสสด หากสวมใสเสอ- คลมตวนอกกควรร8ดซปให’เรยบร’อยเพอ ป’องกนชายเส- อเกยวกบรถคนอน (A)O(B)X
198 กอนขรถจกรยานยนต, ต’องแนใจวามความเข’าใจในเส’นทางทจะขบขและ ทราบจดหมายปลายทางเสยกอน วางแผนทศทางในการขบข ต-งใจขบข ห’ามไมให’ลดความเรวหรอหยดรถอยางกะทนหนบนท’องถนนในทขณะ ขบขเพอมองหาจดหมายปลายทางจนเปนเหตทาให’รถคนหลงไลชนได’ (A)O(B)X
199 ผ8’ทขบขและซ’อนท’ายรถจกรยานยนต,ต’องฝกให’มนสยการขบขทปลอดภย ในขณะทขบขต’องระมดระวงด8สภาพถนนตลอดเวลาโดยมองกระจกมอง หลงซ’าย-ขวาประมาณ 5 วนาท เพอระวงรถทางด’านหลง และในขณะท ขบขห’ามไมใหจ’ ’องมองเป’าหมายใดเป’าหมายหนงเกน 2 วนาทจนทาให’ มองข’ามสภาพการจราจรรอบข’าง (A)O(B)X
200 เมอขรถจกรยานยนต,ต’องขในชองเดนรถทกาหนด หากเปนวนทฝนตก ถนนลน ไมควรขรถบนเส’นเครองหมายเพอป’องกนการลนล’ม (A)O(B)X
申論題 (0)